วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ภาคผนวก


บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

สังเกตการเจริญเติบโตของต้นเขียวหมื่นปี


                 วัน1                                                                                                วันที่2

                
                    วันที่3                                                                                                     วันที4
                                            



                     วันที่5
                        





ศัตรูสำคัญกับการป้องกัน

ศัตรูที่สำคัญของเขียวหมื่นปี : 

1. เพลี้ยเกล็ด เป็นศัตรูสำคัญที่ทำให้แก้วกาญจนาตายได้ มักพบเกาะอยู่บริเวณใต้ใบและก้านใบในกรณีที่มีการรดน้ำไม่ทั่วถึง จะพบว่าเพลี้ยเกล็ดอยู่ตามส่วนของพืชที่ไม่ถูกน้ำอยู่มาก เมื่อถูกเพลี้ยเกล็ดเข้าทำลายมากจะทำให้ใบเกิดอาการเหลืองและร่วงหลุดจากต้น


2. เพลี้ยแป้ง มักพบเข้าทำลายบริเวณใบอ่อนและราก แต่จะพบที่บริเวณรากเป็นส่วนใหญ่ หากใช้วัสดุปลูกที่โปร่งมากเกินไป หากรดน้ำไม่ทั่วถึงจะพบได้ทั่วทั้งต้น


การป้องกันกำจัด :

1.หมั่นเช็ดใบให้สะอาดและรดน้ำให้ทั่วถึงทั้งต้น โดยเฉพาะด้านใต้ใบและตามซอกของใบ หรือใช้น้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ละลายน้ำรด ก็เป็นการป้องกันกำจัดเพลี้ยเกล็ด/เพลี้ยแป้งได้อีกทางหนึ่ง หากพบว่ามีการแพร่ระบาดมากให้ฉีดพ่นด้วยลาเซียน่ากำจัดแมลง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

2.โรคเน่า เป็นโรคที่สำคัญ ซึ่งเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปจนวัสดุปลูกชื้นแชะ และวัสดุที่ใช้ปลูกมีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ไม่ดี จึงควรเปลี่ยนวัสดุปลูกเป็นประเภทที่มีการระบายน้ำดี และ พิจารณาให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมตามสภาพภูมิอากาศ


ตลาดไม้สกุลเขียวหมื่นปี




        เขียวหมื่นปี เป็นไม้ประดับที่มีใบสวยงาม สีเขียวตลอดทั้งปี สามารถเจริญงอกงามได้แม้ในที่มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย จึงนิยมใช้ปลูกเลี้ยงประดับภายในอาคาร นอกจากนี้เขียวหมื่นปียังทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้งหรือความชื้นต่ำได้ดี

               เขียวหมื่นปี เป็นพืชในวงศ์ Araceae สกุล Aglaonema มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ในประเทศเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และ แอฟริกา ไม้ในตระกูลนี้คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้จักกันในชื่อว่านมงคลที่มีสรรพคุณต่างๆ กันตามความเชื่อถือ เช่น ว่านเขียวพันปี, ว่านเขียวหมื่นปี เชื่อว่าจะทำให้ผู้ปลูกเลี้ยงมีอายุยืนนาน

          ไม้ประดับสกุลเขียวหมื่นปีไม้ประดับที่ตลาดภายในประเทศมีความต้องการมากพอๆกันกับพวกสาวน้อยประแป้ง พันธุ์ที่ตลาดต้องการได้แก่พันธุ์ นกแก้วราชินี และพันธฺ์ต่างๆ ลักษณะการผลิตส่วนมากจะปลูกลงในกระถาง 10 นิ้ว โดยปลูกหลายๆต้นในกระถางเดียวกันเพื่อให้ขึ้นเป็นกลุ่มกอแลดูสวยงาม ความต้องการใช้ของลูกค้าส่วนมาก จะนำไปใช้เป็นไม้ประดับภายในอาคาร การผลิตและซื้อขายกันส่วนมากเป็นการผลิตของเกษตรกรรายย่อย อยูบริเวณบางลำหรุ คลอง 6 ปทุมธานี บางกรวย และ บางใหญ่


วัสดุอุปกรณ์และวิธีการปลูก


วัสดุอุปกรณ์ในการปลูก

             1.ต้นอ่อนที่แตกจากหน่อของเขียวหมื่นปี
             2.ดินสำหรับปลูกต้นไม้
             3.กระถางต้นไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง cm


ขั้นตอนการปลูก   
         1.ตัดต้นอ่อนจากหน่อของต้นเขียวหมื่นปี ให้ติดรากมาบ้างเล็กน้อย
         2.นำดินมาใส่ลงในกระถางที่เตรียมไว้ประมาน ¾ ของกระถาง
         3.นำต้นอ่อนของเขียวหมื่นปีมาวางลงในกระถาง นำดินมาใส่ให้เต็ม กดดินให้แน่นเล็กน้อย จากนั้นลดน้ำเพื่อความชุ่มชื่น
         4.ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นเขียวหมื่นปี ใช้ปุ๋ยสูตร 13-27-27(1-2-2) ละลายน้ำรด ร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์



                      



                  

                                                                        

การขยายพันธุ์


          นิยมใช้วิธีการตัดยอดและแยกหน่อ โดยการตัดให้มีตุ่มรากติดมาด้วย 2-3 ราก แต่ถ้าตัดมาแล้วไม่มีรากติดมาด้วย ควรนำไปแช่ในสารป้องกันเชื้อราผสมกับน้ำยาเร่งราก(เซราดิกซ์ เบอร์1) นาน 1-2 ชั่วโมง ก่อนจะนำชิ้นส่วนพืชไปปักชำในถุงพลาสติก ส่วนการขยายพันธุ์แก้วกาญจนาด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ด้วยวิธีการปั่นตาจะใช้ระยะเวลานานมาก ประมาณ 3-4 ปี จึงไม่เป็นที่นิยมมากนักสำหรับการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้

การปลูกและดูแลรักษา

              
                เขียวหมื่นปีเป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงดูแลรักษาง่าย สามารถเจริญงอกงามได้ดีในที่มีแสงสว่างไม่มากนัก ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้งและความชื้นต่ำได้เป็นอย่างดี การปลูกเลี้ยงเขียวหมื่นปีถ้าปลูกเลี้ยงในที่มีแสงสว่างมาก
ใบจะชูตั้งขึ้น ใบจะสั้นลงแต่มีสีสวยสดใส ถ้าปลูกเลี้ยงในที่มีแสงสว่างน้อยใบจะลู่ราบลงขนานกับพื้น ใบจะยาวขึ้น สีไม่สดใส จึงควรปลูกเลี้ยงในที่มีแสงเหมาะสมประมาณ 30-40% และมีแสงสม่ำเสมอรอบต้น หากได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้ต้นเอียงไปทางด้านที่มีแสงมากกว่า แต่ถ้าให้ถูกแสงแดดโดยตรงจะทำให้ใบไหม้ได้ สำหรับดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินที่มีส่วนผสมของอินทรียวัตถุ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมัก ระบายอากาศได้ดีไม่มีน้ำขังแฉะหรือแห้งเร็วเกินไป ปุ๋ยเคมีควรใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 10-10-10, 15-15-15 ในปริมาณน้อยๆ หรืออาจใช้ปุ๋ยละลายช้าเพื่อค่อยๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่ต้นก็ได้





วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ลักษณะทั่วไป



                   ไม้ในสกุลเขียวหมื่นปีมีถิ่นกำเนิดกระจัดกระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย และแอฟริกา ตามป่าที่มีฝนตกชุก และมีความชื้นสูง คนไทยรู้จักต้นไม้ชนิดนี้ในชื่อของ ว่านขันหมา มาก่อน ใช้ปลูกเป็นไม้กระถางในร่มหรือปลูกลงดินในแปลง ตามร่มต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้ที่ชอบความชุ่มชื่น ไม่ชอบแสงแดดโดยตรง เป็นไม้ที่ลักษณะคล้ายไม้ในสกุลสาวน้อยประแป้ง แต่มีขนาดเล็ก และมีการเจริญเติบโตช้ากว่ามาก


                 เขียวหมื่นปีมีลักษณะลำต้นตั้งตรง ข้อถี่ แตกใบอ่อนตรงส่วนยอดของลำต้นทีละใบ แต่ก็มีเขียวหมื่นปีบางชนิดทอดลำต้นเลื้อยไปตามดินแตกรากได้ทุกข้อของลำต้น ก้านใบยาว ก้านใบส่วนที่ติดใบมีลักษณะกลม ส่วนที่เป็นกาบ ใบมีรูปคล้ายใบพาย แคบ ยาวเรียว บางชนิดมีใบป้อมคล้ายใบโพธิ์ ใบสีเขียวเข้มเป็นมันมากกว่าพวกสาวน้อยประแป้ง นอกจากนี้ใบยังอาจมีลายสีเทาเงินตลอดทั้งใบ และบางชนิดอาจมีลายสีแดงและจุดสีขาวบนใบบ้างก็มี ดอกของเขียวหมื่นปีเหมือนกับดอกไม้ในวงศ์บอนทั่วๆไป คือเป็นกาบหุ้มปลีเกสร ออกดอกเป็นกลุ่มสีเขียวอ่อน หรือสีขาวอมเขียว เมื่อตัดลำต้นออกจะมียางที่ทำให้คันได้ แต่ความรุนแรงไม่เท่ากับยางของสาวน้อยประแป้ง


เขียวหมื่นปี




เขียวหมื่นปี


              ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aglaonena modestum  Schott.
              
             ชื่อสามัญ : Silver evergreen
             
            วงศ์ :  ARACEAE
            
            ชื่ออื่นๆ แก้วกาญจนา , เขียวหมื่นปี
            
            ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม ลำต้นเป็นข้อปล้อง ลำต้นกลมตรง แตกใบอ่อน                                                                                          ตรงส่วนยอดของลำต้นทีละใบ ส่วนที่ติดกับลำต้นมีลักษณะเป็นกาบ

                ประวัติ : สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหา วชิราลงกรณ์สยามมกุฎราชกุมาร ได้ประทานชื่อให้ ใหม่ว่า แก้วกาญจนา ได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งไม้ ประดับ ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น ใบจะมีสีเขียว แล้วค่อยๆ พัฒนาการมาเป็นสีสันแปลกตาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง ปัจจุบันนี้ในประเทศไทย มีผู้พัฒนาขึ้นมาใหม่ ทำให้ มีหลากหลายสีสันสวยงามมากๆมีมากกว่า 40 ชนิด
                                    แก้วกาญจนา หรือชื่อเดิม เขียวหมื่นปี เป็นไม้ประดับ ที่มีใบสวยงาม สามารถเจริญงอกงามได้แม้ในที่มี แสงสว่างเพียงเล็กน้อย จึงนิยมใช้ปลูกเลี้ยงประดับ ภายในอาคาร มีสีสันสวยงาม และช่วยลดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี นอกจากนี้เขียวหมื่นปี หรือแก้วกาญจนา ยัง ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แห้งแล้งหรือ ความชื้นต่ำได้ดี ปลูกในที่ที่มีแสงแดดร่ำไรสีจะสดมาก 
                                 ถ้าปลูกเลี้ยงในที่มีแสงสว่างมากใบจะชูตั้งขึ้น ใบอาจจะสั้นลงแต่ก็จะมีสีสวยสดใส ถ้าปลูกมีแสงสว่างน้อยใบจะลู่ราบลงขนานกับพื้น ใบจะยืดยาวสีไม่สดใส จึงควรแสงสม่ำเสมอรอบต้น หากได้รับแสงเพียงด้านใดด้านหนึ่งจะทำให้ต้นเอียงไปทางด้านที่มีแสงมากกว่า แต่ถ้าให้ถูกแสงแดดโดยตรงจะทำให้ใบไหม้ได้

ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=imaginer&month=14-11-2013&group=2&gblog=216
       
         http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/plants/webcontent3/interactive_key/key/describ/keawmuenpee.html

ไม้ประดับ

ไม้ประดับ

                         ไม้ประดับ หมายถึงพืชที่ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม ใช้ประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือนให้เกิดความเจริญตาส่วนใหญ่ไม้ประดับมักเป็นพืชดอก จึงเรียกรวมกันว่า ไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม้ประดับ ไม่จำเป็นต้องมีดอกก็ได้ เพียงมีใบที่ดูดีหรือมีสีสันสวยงามก็ใช้ได้ ไม้ประดับมีขนาดเล็กหรือขนาดย่อม พอเหมาะแก่พื้นที่จัดตกแต่งอาจปลูกไว้ในกระถาง ปลูกลงดิน หรือแขวนห้อยไว้ก็ได้ ไม้ประดับมีหลายชนิด ดังเช่น
                           
 ไม้ในร่ม
 เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกในโรงเรือนหรือในร่ม มีทั้ง ไม้ยืนต้นเช่น หมากแดง หนวดปลาหมึก  ปาล์มหลายชนิด เป็นต้น ประเภท ไม้พุ่มเช่น พลูด่าง กวนอิม ขิงแดง คล้า จั๋ง วาสนา สาวน้อยประแป้ง หมากผู้หมากเมีย เอื้องหมายนา อโกลนีมา เป็นต้น  ประเภท ไม้คลุมดินเช่น เฟิร์น กำแพงเงิน สับปะรดประดับ เป็นต้น  และประเภท ไม้เลื้อยเช่น พลูด่าง ฟิโลเดนดรอนโฮย่า เป็นต้น โดยพันธุ์ไม้เหล่านี้  สามารถอาศัยอยู่ในสภาพร่มเงาได้ดี




พันธุ์ไม้หอม
พันธ์ไม้หอมมีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมของไทยที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติที่มีอารยธรรมอันยาวนาน ซึ่งปรากฏในวรรณคดีไทยหลายยุคหลายสมัย มีการนำพรรณไม้หอมมาปลูกเลี้ยงกันตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ แรกเริ่มสมัยสุโขทัยส่วนใหญ่เป็นไม้ต้นที่คัดเลือกมาจากป่า เป็นไม้ไทยพื้นเมือง เช่น จำปี พุด ลำดวน สารภี บุนนาค มะลิ เมื่อนำมาปลูกเลี้ยงก็สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพถิ่นที่อยู่ใหม่ได้ดี ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มมีการนำพันธุ์ไม้หอมจากต่างประเทศเข้ามาปลูกในประเทศไทย ดังปรากฏในหลักฐานทางวรรณคดีที่กล่าวถึงไม้หอมต่าง ๆ ได้แก่ การเวก กระดังงา กุหลาบมอญ ส้มโอ พุทธชาด พุดซ้อน สายหยุด พิกุล เป็นต้น ต่อมาความนิยมได้เพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำเข้าพรรณไม้จากต่างประเทศโดยเฉพาะสมัยรัตนโกสินทร์และจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ลักษณะของไม้หอมมีหลากหลายชนิดและหลากหลายสกุล มีทั้งที่เป็นไม้พื้นเมืองหรือกระจายพันธุ์มาจากประเทศใกล้เคียง เช่น ไม้หอมวงศ์กระดังงา ไม้หอมวงศ์โมก วงศ์จำปา วงศ์มะลิ วงศ์เข็ม พันธุ์ไม้หอมที่เกี่ยวกับพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ของประเทศไทย ได้แก่ กุหลาบควีนสิริกิต์ โมกราชินี จำปีสิรินธร


ไม้มงคล
ต้นไม้บางชนิดจะให้ดอกที่มีสีสันสวยงามและให้คุณประโยชน์ มีไม้บางชนิดที่กำหนดให้เป็นไม้มงคล จากความเชื่อว่าทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของหรือผู้ปลูก และมีไม้มงคล 9 ชนิด ที่ใช้ในพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อนการสร้างอาคารบ้านเรือน โดยปักไม้มงคลลงพื้นและลงอักขระที่เรียกว่า หัวใจพระอิติปิโส ได้แก่ อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ลงบนท่อนไม้ชนิดละอักขระ พร้อมทั้งปิดทองทั้ง 9 ท่อน โดยปักวนจากซ้ายไปขวา(ทักษิณาวรรต) ไม้มงคลทั้ง 9 ชนิด ได้แก่ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ กันเกรา สัก ทองหลาง พยุง ขนุน ทรงบาดาล และไผ่สีสุก


ไม้ดัด
ไม้ดัด คือ ไม้ที่นำมาปลูกลงในกระถางหรือปลูกลงดิน แล้วตัดกิ่ง ก้านและตัดแต่งใบให้เป็นพุ่มหรือตัดแต่งให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามต้องการ หรือตามแบบแผนที่เป็นที่นิยมกันมาในหมู่ผู้ชื่นชอบไม้ดัดมาแต่โบราณ ไม้ดัดจัดได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภทนำต้นไม้ใหญ่มาทำให้เป็นต้นไม้เล็ก เช่น ไม้เอนชาย ไม้ญี่ปุ่น และประเภทนำไม้ใหญ่มาตัดให้เป็นรูปทรงแบบต่าง ๆ การเลือกพันธุ์ไม้ดัดมาปลูกเลี้ยงนั้น จำเป็นจะต้องคำนึงถึงคุณลักษณะที่สำคัญของพันธุ์ไม้ชนิดนั้น ๆ คือ มีกิ่งเหนียวสามารถดัดให้โค้งงอได้ตามต้องการ ไม่เปลี่ยนแปลงรูปทรงหลังจากดัดแล้ว ไม่เจริญเติบโตเร็วเกินไป ใบมีขนาดเล็กเพื่อเหมาะสมกับหุ่น เปลือกควรมีความสวยงาม เช่น ผิวขรุขระหรือมีรอยแยก เป็นพันธุ์ไม้ที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เป็นพันธุ์ไม้ที่หาง่ายในท้องถิ่น ไม้ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ดัด ได้แก่ ตะโก ตะโกนา ตะโกสวน ตะโกพนม มะสัง ข่อย  ไทรย้อยใบแหลม ไทรย้อยใบทู่ โพธิ์ มะเดื่ออุทุมพร โมกบ้านโมกป่า เฟื่องฟ้า มะเกลือ มะขาม มะขามเทศ ชาปัตตาเวีย มะนาวเทศ ทับทิม ทับทิมหนู ฮกเกี้ยน เป็นต้น




                         

ประวัติส่วนตัว





                
                                             ชื่อ   นางสาวกฤติกา       นามสกุล     เกิดสมบัติ          
             
                                 ชื่อเล่น     นุ๊ก     เลขประจำตัวนักเรียน 29526
             
                             เกิดวันที่      7      เดือน     มิถุนายน  พ.ศ.2541  อายุ 16 ปี
              
                               บ้านเลขที่   16  หมู่  8   ตำบลท่าเคย    อำเภอท่าฉาง    
                                  จังหวัดสุราษฎร์ธานี   รหัสไปรษณีย์   84150
              
           ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  4/7  แผนการเรียนวิทย์-คณิต   
      สถานศึกษาโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
             
    คติประจำตัว : Well done is better than well said.การลงมือทำดีกว่าคำ พูดที่สวยหรู